
ทุกวันนี้ บรรจุภัณฑ์แบบถุงถูกเลือกใช้มากขึ้น เพราะน้ำหนักเบา ขนส่งสะดวก และช่วยยืดอายุสินค้าได้ดี แต่ในอีกมุมหนึ่ง “ถุงลามิเนต” กลับเป็นหนึ่งในวัสดุที่รีไซเคิลได้ยากที่สุด จนหลายครั้งถูกจัดเป็นขยะที่ต้องกำจัดมากกว่านำกลับมาใช้ใหม่
ถุงลามิเนตคืออะไร
ถุงลามิเนต คือ ถุงที่ผลิตจาก ฟิล์มพลาสติกมากกว่า 1 ชนิด นำมาประสานกันเป็นชั้น ๆ ด้วย ความร้อน หรือ กาว (สารยึดประสาน) เพื่อให้ได้คุณสมบัติที่ดีกว่าฟิล์มชั้นเดียว เช่น กันความชื้น กันอากาศ กันกลิ่น เพิ่มความแข็งแรง หรือช่วยให้พิมพ์ลายได้สวย ตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือการจับคู่ฟิล์มคนละชนิดเพื่อ “แบ่งหน้าที่” กันทำงาน เช่น ชั้นนอกเน้นความสวยและทน ชั้นในเน้นซีลปิดและสัมผัสอาหาร
รีไซเคิลยากยังไง
ปัญหาหลักคือ พลาสติกแต่ละชนิดมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่อง จุดหลอมเหลว และค่า Melt Flow Index (MFI) หรือความหนืดขณะหลอมเหลว เมื่อเอาพลาสติกต่างชนิดไปหลอมรวมกันในกระบวนการรีไซเคิล มักเกิดการ “เข้ากันไม่ดี” หรือแยกชั้นกันเหมือนน้ำกับน้ำมัน ทำให้เม็ดรีไซเคิลที่ได้มีคุณภาพไม่สม่ำเสมอ บางครั้งเปราะ แตกง่าย หรือขึ้นรูปยาก
นอกจากนี้ ถุงลามิเนตยังมักมี กาว เคลือบผิว หมึกพิมพ์ ฟอยล์ หรือชั้นเคลือบกันซึม ปะปนอยู่ สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้คัดแยกยากขึ้น และเพิ่มต้นทุนในการรีไซเคิล เพราะโรงงานจำนวนมากต้องการ “วัตถุดิบชนิดเดียว” ที่สะอาด และควบคุมคุณภาพได้ง่าย สุดท้ายถุงลามิเนตจำนวนไม่น้อยจึงถูกคัดไปเป็นขยะทั่วไปมากกว่าจะเข้าสู่ระบบรีไซเคิลจริง
คำแนะนำให้ลูกค้าหลีกเลี่ยงเมื่อทำได้
หากสินค้าไม่ได้ต้องการคุณสมบัติพิเศษมากนัก ควรพิจารณาเลือกทางเลือกที่รีไซเคิลง่ายกว่า เช่น ถุงวัสดุชนิดเดียว (Mono-material) ที่ออกแบบให้เป็น PE ทั้งชิ้น หรือ PP ทั้งชิ้น ลดการใช้ชั้นฟิล์มหลายชนิด รวมถึงลดหมึกพิมพ์ที่ไม่จำเป็น หรือเลือกฉลาก/กาวที่ลอกออกได้ง่าย อีกทางหนึ่งคือปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้ ใช้ซ้ำได้ เติมซ้ำได้ (Refill) หรือใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีระบบเก็บกลับชัดเจน
การลดการใช้ถุงลามิเนตในกรณีที่ไม่จำเป็น ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังทำให้การจัดการขยะปลายทาง “ง่ายขึ้นจริง” และเพิ่มโอกาสที่วัสดุจะถูกนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่าเดิม










