ปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) ในพลาสติกคืออะไร?

การเสื่อมสภาพจากออกซิเดชัน
เวลาที่เราใช้งานผลิตภัณฑ์พลาสติกไปได้สักระยะหนึ่ง หลายคนคงเคยเจอปัญหาเนื้อพลาสติกที่เคยเหนียวทนทาน กลับกลายเป็นกรอบแตกหักง่าย สีที่เคยสดใสก็ซีดจางลง ปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีสาเหตุหลักมาจากกระบวนการทางเคมีที่เรียกว่า “ปฏิกิริยาออกซิเดชัน” (Oxidation)

ปฏิกิริยานี้คือการที่โมเลกุลของพลาสติกเข้าไปทำปฏิกิริยากับก๊าซออกซิเจนที่มีอยู่ในอากาศ โดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาที่สำคัญมากคือ ความร้อน แสงแดด (โดยเฉพาะรังสี UV) และความชื้นในสภาพแวดล้อม เมื่อพลาสติกต้องสัมผัสกับปัจจัยเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง โครงสร้างสายโซ่โพลีเมอร์ที่เคยยึดเกาะกันอย่างเหนียวแน่นจะค่อยๆ ถูกทำลายและตัดขาดออกจากกัน ส่งผลให้โครงสร้างภายในและคุณสมบัติทางกายภาพของพลาสติกเสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆ

ผลเสียของปฏิกิริยาออกซิเดชันที่มีต่อพลาสติก

เมื่อเกิดการเสื่อมสภาพจากออกซิเดชัน พลาสติกจะแสดงอาการให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนในหลายลักษณะ ได้แก่

  • พลาสติกกรอบและขาดง่าย : ความยืดหยุ่นและความเหนียวที่เคยมีจะหายไป เนื้อพลาสติกจะเปราะบางลงอย่างมาก ไม่สามารถทนรับแรงดึง แรงกด หรือแรงกระแทกได้เหมือนตอนที่ผลิตมาใหม่ๆ แค่เอามือจับดึงเบาๆ หรือโดนลมพัดแรงๆ ก็อาจทำให้ฉีกขาดหรือแตกหักได้ทันที
  • สีเปลี่ยนและซีดจาง : รังสี UV และออกซิเจนจะเข้าไปทำลายโครงสร้างของเม็ดสีที่ผสมอยู่ในชิ้นงานพลาสติก ส่งผลให้สีที่เคยมองเห็นสดใสเริ่มซีดจางลง ส่วนพลาสติกประเภทโปร่งใสก็มักจะเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองขุ่น ดูเก่าและไม่น่าใช้งาน
  • เกิดรอยแตกลายงาบนพื้นผิว : บริเวณผิวหน้าของพลาสติกที่สัมผัสกับแสงแดดโดยตรงจะเริ่มมีรอยปริแตกเล็กๆ กระจายไปทั่ว ซึ่งรอยแตกร้าวเหล่านี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้โครงสร้างของพลาสติกทั้งหมดพังทลายลงในที่สุด

วิธีการป้องกันการเสื่อมสภาพจากออกซิเดชัน

เพื่อยืดอายุการใช้งานของพลาสติกให้นานขึ้น เราสามารถลดความเสี่ยงจากการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีเหล่านี้ได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการนำพลาสติกตากแดดเป็นเวลานาน : ควรเก็บชิ้นงานพลาสติกหรืออุปกรณ์ต่างๆ ไว้ในที่ร่ม หลีกเลี่ยงการจัดเก็บในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงจัดหรือจุดที่โดนแสงแดดส่องถึงโดยตรงตลอดทั้งวัน
  • การใช้สารเติมแต่ง (Additives) : ในกรณีที่พลาสติกมีความจำเป็นต้องนำไปใช้งานกลางแจ้ง หรือต้องเผชิญกับสภาพอากาศภายนอกเป็นประจำ ควรเลือกใช้พลาสติกที่มีการผสมสารป้องกันรังสียูวี (UV Stabilizer) หรือสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ลงไปตั้งแต่กระบวนการขึ้นรูป สารเหล่านี้จะทำหน้าที่ช่วยดูดซับรังสี UV และปกป้องสายโซ่โพลีเมอร์ไม่ให้ถูกทำลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แนะนำพลาสติกทน UV คุณภาพสูงจาก บริษัท ไทยฮง พลาสติก อินดัสทรี จำกัด

หากคุณกำลังมองหาพลาสติกสำหรับงานกลางแจ้งหรืองานเกษตรที่ต้องเผชิญกับแดดจัดตลอดเวลา ไทยฮง มีผลิตภัณฑ์ แผ่นพลาสติกปูพื้น และ พลาสติกคลุมดิน ที่ออกแบบมาเพื่อทนทานต่อสภาพอากาศโดยเฉพาะ ทางโรงงานเลือกใช้วัตถุดิบพลาสติก LDPE เกรดคุณภาพสูง พร้อมสูตรการผสมสารทน UV แบบจัดเต็มตามสเปคการใช้งานของลูกค้าแต่ละราย นอกจากนี้ยังมีการใช้แม่สีคุณภาพสูงควบคู่ไปด้วย เช่น แม่สีดำที่ช่วยพรางแสงได้อย่างมิดชิด หรือแม่สีขาวเกรด Titanium ที่มีคุณสมบัติช่วยสะท้อนรังสี UV ได้ดีเยี่ยม ผลิตภัณฑ์จากไทยฮงจึงสามารถทนแดด ทนฝน ใช้งานกลางแจ้งได้ยาวนานหลายปี ช่วยลดปัญหาพลาสติกกรอบแตก ขาดง่าย และประหยัดต้นทุนในการเปลี่ยนพลาสติกบ่อยๆ ตอบโจทย์ทั้งฟาร์มเกษตร โรงเรือน และอุตสาหกรรมที่ต้องการพลาสติกที่มีความทนทานสูง