
ไฟที่เกิดจากการเผาไหม้พลาสติกเป็นไฟประเภทไหน? รู้จักไฟประเภท A และวิธีดับไฟอย่างถูกต้อง
พลาสติกเป็นวัสดุที่พบได้ในชีวิตประจำวันและในสถานประกอบการทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ ถุงพลาสติก ภาชนะ ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือวัสดุที่ใช้ในกระบวนการผลิตต่าง ๆ แม้ว่าพลาสติกจะมีประโยชน์อย่างมาก แต่เมื่อเกิดการติดไฟก็สามารถทำให้ไฟลุกลามได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการรู้ว่าพลาสติกที่เกิดการเผาไหม้จัดอยู่ในไฟประเภทใด และควรใช้วิธีใดในการดับไฟ จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการป้องกันและระงับเหตุเพลิงไหม้
ไฟที่เกิดจากการเผาไหม้พลาสติกเป็นไฟประเภทไหน?
โดยทั่วไป ไฟที่เกิดจากการเผาไหม้พลาสติกจัดอยู่ในไฟประเภท A (Class A) เนื่องจากพลาสติกเป็นเชื้อเพลิงของแข็งที่สามารถติดไฟได้ เช่นเดียวกับไม้ กระดาษ ผ้า และยาง หน่วยงานด้านความปลอดภัยหลายแห่งจัดพลาสติกที่ติดไฟได้ไว้ในกลุ่มเชื้อเพลิงของไฟประเภท A
อย่างไรก็ตาม พลาสติกแต่ละชนิดอาจมีคุณสมบัติในการเผาไหม้แตกต่างกัน ทั้งในด้านความเร็วในการลุกไหม้ ปริมาณความร้อนที่เกิดขึ้น และลักษณะของควัน ดังนั้นหากเป็นเหตุเพลิงไหม้ที่มีพลาสติกจำนวนมาก เช่น ในคลังสินค้า โรงงาน หรือพื้นที่จัดเก็บสินค้า ควรให้ความสำคัญกับระบบป้องกันอัคคีภัยและการเลือกอุปกรณ์ดับเพลิงให้เหมาะสมกับลักษณะของเชื้อเพลิงด้วย
ไฟประเภท A คืออะไร?
ไฟประเภท A (Class A) หรือที่เรียกว่าเพลิงไหม้จากเชื้อเพลิงธรรมดา (Ordinary Combustibles) คือไฟที่เกิดจากวัสดุของแข็งที่สามารถติดไฟได้ ตัวอย่างเช่น ไม้ กระดาษ ผ้า ยาง ขยะ และพลาสติกบางชนิด
หลักการสำคัญในการดับไฟประเภท A คือการลดความร้อนของวัสดุที่กำลังติดไฟ เพื่อทำให้อุณหภูมิลดลงจนไม่สามารถเกิดการเผาไหม้ต่อได้ น้ำจึงเป็นสารดับเพลิงที่เหมาะสมกับไฟประเภท A ในหลายกรณี เพราะสามารถดูดซับความร้อนจากวัสดุที่กำลังลุกไหม้ได้
สำหรับพลาสติกบางประเภท โดยเฉพาะพลาสติกที่มีปริมาณมากหรือมีลักษณะการจัดเก็บที่ทำให้ไฟลุกลามได้รวดเร็ว การควบคุมเพลิงอาจทำได้ยากกว่าการดับวัสดุทั่วไป จึงควรเลือกอุปกรณ์ดับเพลิงที่มีฉลากระบุว่าสามารถใช้กับไฟประเภท A ได้อย่างชัดเจน
วิธีดับไฟประเภท A
การดับไฟประเภท A สามารถเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยทั่วไปมีแนวทางดังนี้
1. ใช้น้ำในการดับไฟ
น้ำเป็นวิธีหนึ่งที่เหมาะกับไฟประเภท A เนื่องจากช่วยลดอุณหภูมิของวัสดุที่กำลังเผาไหม้ ทำให้ความร้อนลดลงและช่วยหยุดกระบวนการเผาไหม้ ถังดับเพลิงชนิดน้ำที่ได้รับการรับรองสำหรับ Class A จึงสามารถใช้กับวัสดุประเภทไม้ กระดาษ ผ้า ยาง และพลาสติกบางชนิดได้
2. ใช้ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งแบบ ABC
ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งที่มีการระบุว่าใช้กับไฟประเภท A, B และ C สามารถใช้ดับไฟประเภท A ได้ โดยเหมาะสำหรับสถานที่ที่อาจมีความเสี่ยงจากเชื้อเพลิงหลายประเภท อย่างไรก็ตาม ก่อนใช้งานควรตรวจสอบฉลากบนถังดับเพลิงทุกครั้งว่ารองรับไฟประเภท A หรือไม่
3. เลือกใช้อุปกรณ์ให้ตรงกับประเภทของไฟ
การเลือกถังดับเพลิงไม่ควรพิจารณาจากสีหรือรูปลักษณ์ของถังเพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบสัญลักษณ์และประเภทของไฟที่ถังนั้นได้รับการรับรอง เนื่องจากถังดับเพลิงแต่ละชนิดออกแบบมาเพื่อใช้กับเชื้อเพลิงแตกต่างกัน
4. หากไฟลุกลามหรือควบคุมไม่ได้ ควรรีบอพยพ
ถ้าไฟจากพลาสติกเริ่มลุกลามเป็นบริเวณกว้าง มีควันจำนวนมาก หรือไม่สามารถควบคุมได้อย่างปลอดภัย ไม่ควรพยายามดับไฟด้วยตนเอง ควรรีบออกจากพื้นที่ แจ้งผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัย และติดต่อหน่วยงานดับเพลิงตามแผนฉุกเฉินของสถานที่นั้น
ข้อควรระวังในการดับไฟจากพลาสติก
แม้ไฟจากพลาสติกโดยทั่วไปจะจัดอยู่ในประเภท A แต่การดับไฟควรพิจารณาสภาพแวดล้อมร่วมด้วย เช่น หากพลาสติกที่กำลังไหม้อยู่ใกล้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ยังมีกระแสไฟ หรือมีของเหลวไวไฟอยู่บริเวณเดียวกัน การใช้น้ำอาจไม่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้น เพราะน้ำไม่ควรใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟ และไม่เหมาะกับไฟจากของเหลวไวไฟ
นอกจากนี้ การเผาไหม้พลาสติกสามารถทำให้เกิดควันและก๊าซจากการสลายตัวของวัสดุ จึงไม่ควรเข้าใกล้บริเวณที่มีควันหนาแน่นโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม
สรุป
พลาสติกที่เกิดการเผาไหม้โดยทั่วไปจัดอยู่ในไฟประเภท A (Class A) ซึ่งเป็นไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงของแข็งทั่วไป เช่น ไม้ กระดาษ ผ้า ยาง และพลาสติก การดับไฟประเภท A สามารถใช้น้ำหรือถังดับเพลิงที่มีสัญลักษณ์รองรับ Class A ได้ โดยถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งแบบ ABC ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถใช้กับไฟประเภท A ได้
สิ่งสำคัญที่สุดคือควรเลือกวิธีดับเพลิงให้ตรงกับชนิดของเชื้อเพลิง ตรวจสอบฉลากบนถังดับเพลิงก่อนใช้งาน และประเมินความปลอดภัยของสถานการณ์อยู่เสมอ หากเพลิงไหม้มีขนาดใหญ่หรือเริ่มควบคุมไม่ได้ ควรให้ความสำคัญกับการอพยพออกจากพื้นที่และแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบทันที