
แร่ใยหิน (Asbestos) คือกลุ่มแร่ซิลิเกตที่มีลักษณะเป็นเส้นใยละเอียด แข็งแรง ทนความร้อน และทนสารเคมีได้ดี แร่ใยหินที่พบในอุตสาหกรรมมักถูกกล่าวถึงในชื่อชนิดต่าง ๆ เช่น ไครโซไทล์ (Chrysotile) อะโมไซต์ (Amosite) และโครซิโดไลต์ (Crocidolite) จุดเด่นของเส้นใยคือไม่ติดไฟและช่วยเพิ่มความทนทาน จึงเคยถูกนำไปใช้ในวัสดุก่อสร้าง ฉนวนกันความร้อน ผ้าเบรก วัสดุกันไฟ และงานอุตสาหกรรมอีกหลายประเภทในอดีต
ในมุมของ “งานพลาสติก” แนวคิดของการเติมเส้นใยหรือผงแร่ลงไปในพลาสติกนั้นทำเพื่อปรับสมบัติ เช่น เพิ่มความแข็งแรง ลดการยืดตัว เพิ่มความคงรูป และเพิ่มความทนความร้อน/ทนการเสียดสี วัสดุเสริมแรงที่พบได้ทั่วไปจึงมักเป็นใยแก้ว แคลเซียมคาร์บอเนต ทัลก์ หรือสารเติมแต่งอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม แร่ใยหินมีประเด็นด้านความปลอดภัยสูงมาก ทำให้หลายอุตสาหกรรมหลีกเลี่ยง และหันไปใช้วัสดุทดแทนที่ปลอดภัยกว่า โดยเฉพาะกับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคและการสัมผัสในชีวิตประจำวัน
แร่ใยหินอันตรายอย่างไร
อันตรายหลักของแร่ใยหินเกิดจาก “เส้นใยขนาดเล็กมาก” ที่สามารถฟุ้งกระจายในอากาศ เมื่อสูดดมเข้าไป เส้นใยอาจฝังตัวในปอดและเยื่อหุ้มปอดเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและพังผืดในปอด จนนำไปสู่โรคปอดจากแร่ใยหิน (asbestosis) โรคเยื่อหุ้มปอดหนาตัว/มีแผลเป็น รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งปอด และมะเร็งเยื่อหุ้มปอด (mesothelioma) ซึ่งมักมีระยะฟักตัวนานหลายปีถึงหลายสิบปี อันตรายจึงไม่ใช่แค่ “ระคายเคืองชั่วคราว” แต่เป็นความเสี่ยงสะสมที่รุนแรง โดยเฉพาะในงานที่มีการตัด เจียร ขัด หรือรื้อถอนวัสดุที่มีแร่ใยหิน เพราะจะทำให้เส้นใยหลุดออกมาได้มาก
ถุงพลาสติก HDPE, LDPE ของไทยฮงปราศจากแร่ใยหิน
สำหรับผลิตภัณฑ์ถุงพลาสติก HDPE และ LDPE ของไทยฮง วัตถุดิบหลักคือเม็ดพลาสติกกลุ่มโพลีเอทิลีนที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานบรรจุภัณฑ์ และในกระบวนการผลิตไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้แร่ใยหินเป็นส่วนผสม ไทยฮงจึงยืนยันแนวทางการผลิตที่ “ปราศจากการเติมแร่ใยหิน” เพื่อความมั่นใจด้านความปลอดภัยของผู้ใช้งาน หากลูกค้าต้องการความสบายใจเพิ่มเติม สามารถขอเอกสารสเปกสินค้า/เอกสารรับรองวัตถุดิบ หรือผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการตามที่ตกลงร่วมกันได้ เพื่อยืนยันมาตรฐานและความเหมาะสมกับการใช้งานจริงในแต่ละอุตสาหกรรม